ข้อมูลที่น่าสนใจ

ข้อมูลที่น่าสนใจ

ออกซิเจนเป็นปัจจัยที่มีส่วนสำคัญต่อสุขภาพที่ดี รวมถึงผิวพรรณที่สดใสเปล่งปลั่ง เนื่องจากออกซิเจนช่วยในการทำงานของทุกส่วนในร่างกายเริ่มตั้งแต่อวัยวะไปจนถึงปฏิกิริยาต่างๆภายในเซลล์ การเพิ่มขึ้นของระดับออกซิเจนในกระแสเลือดจะส่งผลให้ส่วนต่างๆของร่างกายมนุษย์นั้นทำงานได้ดีขึ้นที่สำคัญสมอง ความคิด ความจำและสมาธิมีมากขึ้น ตับ สามารถกำจัดสารพิษต่างๆ ในร่างกายได้ดียิ่งขึ้น หรือแม้แต่ผิวหนังก็มีความชุ่มชื้นสดใสเปล่งปลั่ง เป็นผลที่มาจากการได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ ระดับออกซิเจนในเลือดปกติควรมีค่าประมาณ 95-100 % ก็ถือว่ามีสุขภาพที่ดี ถ้ามีค่าตํ่ากว่า 95 % ก็ควรได้รับการตรวจสอบโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจหาสาเหตุโดยละเอียด

*ที่มา Ministry of health labour and welfare japan (ผลกระทบของไฮโดรเจนซัลไฟด์ และการขาดออกซิเจน)

ปริมาณออกซิเจนที่ส่งผลต่อมนุษย์

เมื่อขาดอากาศ อวัยวะทุกๆ ส่วนของร่างกายก็จะขาดออกซิเจนไปด้วย ซึ่งหมายถึงเซลล์ของอวัยวะทุกๆส่วน นั่นเอง เซลล์สมองจะไวต่อการขาดออกซิเจนมาก เมื่อขาดอากาศหายใจ ออกซิเจนในเลือดจะค่อยๆ ต่ำลงๆ จนถึงขั้นต่ำมากๆ ในเวลา 2-3 นาที เราจะหมดสติ หัวใจเต้นช้าลง ความดันตก หัวใจเต้นรวน และเสียชีวิตในที่สุด

ระดับออกซิเจนในแต่ละสถานที่

ผลดีเมื่อร่างกายได้รับออกซิเจนปริมาณที่เพียงพอ

ฟื้นฟูความอ่อนล้า

การได้รับออกซิเจนจะช่วยกำจัดกรดแลคติคที่สะสมจากความอ่อนล้าได้เร็วกว่าการพักผ่อนตามปกติ

ป้องกันการเมาค้าง

ออกซิเจนมีความจำเป็นต่อการสลายแอลกอฮอล์ และ Acetaldehyde ที่อยู่ในร่างกาย

เสริมความจำและสมาธิ

การเพิ่มออกซิเจนให้กับสมอง จะช่วยเสริมความจำและสมาธิในการทำงานได้ทั้งนักเรียน นักศึกษา คนในวัยทำงาน แม้กระทั่งผู้สูงอายุ

ลดความเครียด

ขณะที่ร่างกายมีความเครียดจะหลั่งสาย Adrenaline ทำให้หลอดเลือดหดตัวซึ่งจะส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะได้น้อยลง จึงทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย การได้รับออกซิเจนในปริมาณที่สูงขึ้น ทำให้อวัยวะต่างๆทำงานได้ดีขึ้น และช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด

สุขภาพผิวและความอ่อนเยาว์

ออกซิเจนช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ออกซิเจนจะถูกนำพามาถึงชั้นผิวหนังทางเส้นเลือดใต้ชั้นผิวหนังแต่พออายุเพิ่มขึ้น เส้นเลือดเล็กๆ เริ่มมีการเสื่อมสภาพทำให้การนำพาออกซิเจนมาสู่ผิวน้อยลงโดยปกติ ร่างกายจะมีการสร้างเซลล์ผิวใหม่ทุกๆ 28 วัน แต่ถ้าระดับของออกซิเจนและสารอาหารมีไม่เพียงพอ กระบวนการสร้างเซลล์ใหม่ก็จะชะลอช้าลง เซลล์ผิวที่เกิดใหม่ก็จะมีสุขภาพเสื่อมลง คอลลาเจน และอีลาสตินในผิวลดลง ส่งผลให้ผิวพรรณดูแก่ก่อนวัย เกิดริ้วรอย เหี่ยวย่น ผิวร่วงโรยขาดความยืดหยุ่นตึงกระชับ ไม่มีน้ำมีนวล

ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้

โดยการศึกษากับหนูทดลองพบว่าการหายใจเอาอากาศที่มีความเข้มข้นออกซิเจนประมาณ 40 – 60% จะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้นแถมยังทำให้ร่างกายหลั่งทีเซลล์ (T-lymphocytes) ซึ่งเป็นเซลล์ที่ช่วยในการต่อสู้กับก้อนเนื้อร้ายจากโรคมะเร็งได้มากกว่าการสูดหายใจเอาอากาศทั่วไปที่มีความเข้มข้นของออกซิเจนเพียง 21% และที่สำคัญออกซิเจนที่มีความเข้มข้นสูงก็ไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อร่างกายอีกด้วย

( อ้างอิงจาก http://www.thairath.co.th/content/486068 )

ผลเสียเมื่อได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ

ผู้ป่วย

โรคภัยต่างๆ เช่นโรคระบบทางเดินหายใจ หรือโรคหัวใจ จะทำให้ความสามารถในการรับ ออกซิเจนของร่างกายลดลง ผู้ป่วยจึงควรได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ

ไข้หวัด

ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนลดลง เนื่องจากมักมีการคั่งของเยื่อบุทางเดินหายใจ เช่น โพรงจมูก ทำให้หายใจไม่สะดวก การได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอในขณะเป็นไข้หวัดจะช่วยให้สดชื่นขึ้น ช่วยลดอาการอ่อนเหลีย ทำให้ภูมิต้านทานโรคดีขึ้น และทำให้หายจากไข้หวัดเร็วขึ้นอีกด้วย

ผู้สูบบุหรี่

การสูบบุหรี่ทำให้ร่างกายได้รับสารอันตราย เช่น นิโคติน และคาร์บอนไดออกไซต์ โดยผ่านทางหลอดลมและเข้าสู่กระแสเลือด ส่วนคาร์บอนมอนออกไซต์จะทำให้ศักยภาพในการลำเลียงออกซิเจนของเม็ดเลือดแดงลดลง ดังนั้นผู้สูบบุหรี่จึงต้องการออกซิเจนมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่

ผู้ที่นอนกรน

การนอนกรนเกิดที่ทางเดินหายใจบางส่วนถูกกั้นในขณะนอนหลับจึงทำให้ผู้ที่นอนกรนเกิดภาวะขาดออกซิเจน ทำให้รู้สึกหน้ามืดอ่อนเพลียจากการนอนหลับไม่สนิท การได้รับออกซิเจนมากขึ้น จึงช่วยลดภาวการณ์ขาดออกซิเจนในผู้ป่วยนอนกรนได้

ระบบการทำงานของหัวใจหลอดเลือด

หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ โรคหัวใจ หัวใจวาย โรคปอดตามข้อ ข้อต่ออักเสบ โลหิตจาง

ลำใส้เล็ก

ทำให้ไม่อยากอาหาร ไม่สามารถรับประทานอาหารได้ ระบบการดูดซึมบกพร่อง

ระบบการไหลเวียนโลหิต

มีอาการชาที่ปลายประสาท อาการตะคริว อ่อนเพลียเรื้อรัง

1.คุณหาวบ่อยหรือไม่ ?

การหาวนั้นเป็นปฎิกริยาของร่างกายมนุษย์ ที่จะพยายามรวบรวมออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายให้ได้ปริมาณมากขึ้นกว่าปกติ ในเวลาเดียวกันก็พยายามที่จะไล่ CO2 ที่อยู่ในร่างกายออกมาเข่นกัน

2.คุณขาดสมาธิหรือไม่ ?

เวลาที่สมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ประสิทธิภาพในการทำงานหรือการเรียนก็ต่ำลง เนื่องจากสมองไม่สามารถสั่งให้กายและใจให้มีสมาธิได้

3.มึนหัวหรือมีอาการมึนบ่อยหรือไม่ ?

เหตุผลเดียวกับข้อ 2 เป็นสภาพที่สมองได้รับปริมาณออกซิเจนไม่เพียงพอ

4. หายจากการเหมื่อยล้าช้าหรือไม่ ?

เมื่อร่างกายเกิดความเมื่อยล้า สาเหตุเกิดจากกรดแลคติคที่สะสมอยู่ในกระแสเลือดมีปริมาณสูง การที่ร่างกายจะกำจัดกรดดังกล่าวได้นั้น ร่างกายต้องการปริมาณออกซิเจนที่เพียงพอที่จะใช้ในการกำกัดกรดแลคติคนั้น ยิ่งร่างกายขาดออกซิเจนอีก การฟื้นตัวจากความเมื่อยล้าก็ยิ่งใช้เวลานาน

5.หายจากการเจ็บป่วยหรือแผลหายช้าหรือไม่ ?

สาเหตุของอาการบาดแผลหายช้านั้นอาจมาจากหลายสาเหตุเช่น ระบบการไหลเวียนของเลือดไม่ดี เลือดจึงไม่สามารถไปเลี้ยงตรงบริเวณบาดแผลได้ การเกิดใหม่ของเซลล์ผิวหนังก็ยาก ในส่วนของการหายช้าจากการเจ็บป่วยนั้น สาเหตุหนึ่งเกิดจากที่ร่างกายมีระบบภูมิคุ้มกันที่ต่ำลง ถ้าร่างกายได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอระบบการไหลเวียนของเลือดก็ดีขึ้น ส่งผลทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิภายในร่างกายสูงขึ้น 1 องศา ก็จะส่งผลให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันสูงขึ้น 30 %

6. ฟื้นจากอาการเมาค้างช้าหรือไม่ ?

การสลายแอลกอฮอล์หรือเอทานอลที่อยู่ในร่างกายนั้นจำเป็นต้องใช้ออกซิเจน ถ้าร่างกายมี
ออกซิเจนไม่เพียงพอ การย่อสลายแอลกอฮอล์หรือเอทานอลก็เป็นไปได้ช้า ส่งผลให้เกิดอาการเมาค้าง

7. ผิวพรรณไม่ค่อยเปล่งปลั่งหรือไม่ ?

ร่างกายสามารถนำออกซิเจนช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ออกซิเจนจะถูกนำพามาถึงชั้นผิวหนังทางเส้นเลือดใต้ชั้นผิวหนังแต่พออายุเพิ่มขึ้น เส้นเลือดเล็กๆ เริ่มมีการเสื่อมสภาพทำให้การนำพาออกซิเจนมาสู่ผิวน้อยลงโดยปกติ ร่างกายจะมีการสร้างเซลล์ผิวใหม่ทุกๆ 28 วัน แต่ถ้าระดับของออกซิเจนและสารอาหารในร่างกายมีไม่เพียงพอ กระบวนการสร้างสร้างเซลล์ใหม่ก็จะชะลอช้าลง เซลล์ผิวที่เกิดใหม่ก็จะมีสุขภาพเสื่อมลง คอลลาเจน และอีลาสตินในผิวลดลง ส่งผลให้ผิวพรรณดูแก่ก่อนวัย เกิดริ้วรอย เหี่ยวย่น ผิวร่วงโรยขาดความยืดหยุ่นตึงกระชับ ไม่มีน้ำมีนวล

8. พยายามลดน้ำหนักยากหรือไม่ ?

ภายในร่างกายเรานั้นมีเอมไซม์ไลเปสที่จะช่วยในการย่อยสลายไขมัน ออกซิเจนจำเป็นต่อการที่จะให้เอมไซม์ไลเปสทำงานได้ ดังนั้นการสูดดมออกซิเจนที่มีความเข้มข้นสูงช่วยเพิ่มค่าออกซิเจนในเลือดให้มากขึ้น ฟั่งก์ชั่นเอมไซม์ไลเปสก็จะสามารถทำงานได้เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน 。

9. มือเท้าเย็นหรือไม่ ?

อาการมือเท้าเย็น สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากระบบการไหลเวียนของเลือดไม่ดี ถ้าร่างกายได้รับออกซิเจนที่เพิ่มขึ้น จะสามารถช่วยให้ร่างกายมีการไหลเวียนที่ดีขึ้นสามารถส่งไหลไหลเวียนไปได้ทุกซอกทุกมุมของร่างกาย จะส่งผลทำให้อาการดังกล่าวดีขึ้น

10. นอนหลับไม่ค่อยสนิทหรือไม่ ?

สาเหตุหนึ่งของอาการดังกล่าว เกิดจากระบบไหลเวียนของเลือดไม่ดี ส่งผลทำให้มีอาการมือเท้าเย็น ถ้าร่างกายได้รับออกซิเจนที่เพิ่มขึ้น จะสามารถช่วยให้ร่างกายมีการไหลเวียนที่ดีขึ้น ได้ทุกซอกทุกมุมของร่างกาย ส่งผลให้การนอนหลับสบายมากขึ้น

11.นอนกรนหรือไม่ ?

การนอนกรนเป็นสาเหตุจากระบบทางเดินหายใจถูกกดทับ ส่งผลทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ เมื่อตื่นนอนตอนเช้าจะรู้สึกมึนศีรษะร่างกายไม่สดชื่น

12.ส่วนใหญ่อยู่แต่ในห้องแอร์หรือไม่ ?

ออกซิเจนที่อยู่ในห้องแอร์นั้นปกติจะมีออกซิเจนน้อยกว่าปกติทั่วไป การที่คนเรานั้นต้องอยู่แต่ในห้องแอร์นั้น จะส่งผลทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

13. บางครั้งหัวใจเต้นเร็วหรือหายใจถี่หรือไม่ ?

เมื่อคนเรามีอายุเพิ่มมากขึ้น การทำงานของระบบปอดและหัวใจก็มีประสิทธิภาพที่ต่ำลง ส่งผลทำให้ความสามารถในการนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายก็ลดต่ำลงด้วย ส่งผลทำให้เกิดอาการหัวใจเต้นเร็ว และมีอาการหายใจถี่

14. คุณสูบบุหรี่หรือไม่ ?

การสูบบุหรี่ทำให้ร่างกายได้รับสารอันตราย เช่น นิโคติน และคาร์บอนมอนออกไซด์ โดยผ่านทางหลอดลมและเข้าสู่กระแสเลือด ส่วนคาร์บอนมอนออกไซด์ จะทำให้ศักยภาพในการลำเลียงออกซิเจน ของเม็ดเลือดแดงลดลง ดั้งนั้นผู้สูบบุหรี่จึงต้องการ O2มากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่

เมื่อออกซิเจนในร่างกายไม่เพียงพอ

เมื่อออกซิเจนในเลือดต่ำ ร่างกายจะพยายามปรับสมดุลในตัวเองเพื่อรักษาระดับออกซิเจนไม่ให้ตกโดยการหายใจเร็วขึ้น แรงขึ้น หัวใจก็จะพยายามสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายมากขึ้น หากยังไม่สามารถรักษาระดับออกซิเจนในเลือดไว้ได้ก็จะส่งผลให้เซลล์ต่างๆทั่วร่างกายเริ่มทำงานผิดปกติ นำไปสู่ภาวะการเกิดของเสียในเซลล์มากขึ้น จนในที่สุดเซลล์จะสูญเสียหน้าที่การทำงานไป นั่นหมายถึงระบบต่าง ๆในร่างกายล้มเหลวนั่นเอง

ไม่ว่าจะสาเหตุของออกซิเจนในเลือดต่ำนั้น จะมาจากสภาพใดก็ตาม หมายความว่า ณ ขณะนั้น ร่างกายไม่สามารถมีชีวิตเป็นปกติได้จากอากาศปกติที่มีออกซิเจนอยู่ประมาณ 21% การแก้ไขภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำนี้ จำเป็นที่จะต้องทำให้อากาศที่หายใจมีความเข้มข้นขึ้น หรือเปอร์เซ็นที่มากกว่าปกติคือ 21%

โดยปกติ ออกซิเจนจะเข้าสู่ร่างกายด้วยการหายใจทางปอด ดังนั้นภาวะที่เกี่ยวข้องกับการทำงานระบบนี้โดยตรงไม่ว่าจะเป็นโรคปอด โรคที่เกี่ยวข้องกับหลอดลม โรคถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจ โรคไต ภาวะน้ำท่วมปอด โรคในกลุ่มเหล่านี้ล้วนแต่ส่งผลโดยตรงที่ทำให้ร่างกายไม่ได้รับออกซิเจนที่เพียงพอ เนื่องจากออกซิเจนไม่สามารถเข้าสู่ถุงลมได้ตามปกติHBOT-happy-lungs